Copyright © 2009 Novell, Inc.
อนุญาตให้ทำการคัดลอก, แจกจ่าย และ/หรือแก้ไขเอกสารนี้ได้ ภายใต้เงื่อนไขตามสัญญาอนุญาตแบบ GNU Free Documentation License รุ่น 1.2 หรือรุ่นหลังจากนี้ ซึ่งถูกเผยแพร่โดยองค์กร Free Software Foundation; โดยไม่มีการแก้ไขหมวดหมู่, ไม่มีข้อความต่าง ๆ ของปกหน้า และข้อความต่าง ๆ ของปกหลัง และจะต้องรวมสำเนาของสัญญาอนุญาต เป็นแฟ้ม fdl.txt ติดไปด้วย
บันทึกประจำรุ่นนี้ ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา คุณสามารถดาวน์โหลดรุ่นใหม่ล่าสุดได้ จากส่วนหนึ่งของการทดสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต หรือดูที่ http://www.suse.com/relnotes/i386/openSUSE/11.1/RELEASE-NOTES.en.html ก็ได้เช่นกัน เราจะทำการปรับรุ่นของบันทึกประจำรุ่นที่เป็นภาษาอังกฤษเมื่อมีความต้องการให้ทำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหมายความว่า บันทึกประจำรุ่นของการแปลภาษานี้ อาจจะขาดความสมบูรณ์ได้ทั้งนี้ บันทึกประจำรุ่นที่เป็นรุ่นของการแปลภาษานั้น จะถูกปรับแก้ไขให้ถูกต้องตรงกันในภายหลัง
บันทึกประจำรุ่นจะครอบคลุมถึงส่วนต่าง ๆ ต่อไปนี้:
ส่วนทั่วไป: ข้อมูลทั่วไปที่ทุกคนควรอ่าน
ส่วนปรับรุ่น: การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ถูกกล่าวถึงในเอกสารแนะนำอ้างอิง, บทที่ 5
ส่วนเชิงเทคนิค: หมวดนี้จะบรรจุรายการการแก้ไขและการเพิ่มความสามารถสำหรับผู้ใช้ที่มีประสบการณ์
คุณสามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับการติดตั้งและการปรับแต่งระบบพื้นฐานได้ในคู่มือเริ่มต้น ส่วนการปรับแต่งระบบที่ละเอียดมากขึ้นนั้น สามารถดูได้ในเอกสารแนะนำอ้างอิง สำหรับข้อมูลพื้นฐานของระบบ GNOME และ KDE นั้น สามารถดูได้ในคู่มือแนะนำด่วน และสำหรับข้อมูลการใช้งาน AppArmor สามารถดูได้จากเอกสารแนะนำการบริหาร AppArmor
ในระหว่างการติดตั้งด้วยเครื่องมือ YaST นั้น โปรแกรม SaX2 จะพยายยามทำการตรวจสอบระบบแสดงผลและตรวจหาขนาดการแสดงผลรวมไปถึงความละเอียดในการแสดงผลด้วย หากคุณได้ทำการติดตั้งไว้บนเครื่องโน้ตบุ้คที่มีการปิดฝาเครื่องอยู่ จะทำให้มันไม่สามารถตรวจหาระบบการแสดงผลได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ ขอแนะนำเป็นอย่างยิ่งว่า ให้ทำการเปิดฝาเครื่องโน้ตบุ้คไว้ด้วย ในระหว่างที่ยังทำการติดตั้งไม่แล้วเสร็จ
หากการตรวจสอบเกิดความล้มเหลว ให้เริ่มการทำงานของ YaST แล้วคลิกที่หมวด "ฮาร์ดแวร์" -> "แผงวงจรแสดงผลและจอภาพ" จากนั้นโปรดทำการปรับแต่งระบบแสดงผลด้วยตัวคุณเอง
เครื่องแล็ปท็อป ThinkPad ของยี่ห้อ Lenovo นั้น จะมีรหัสพิเศษบางอย่างอยู่ในส่วน MBR (master boot record) เนื่องจากคุณสมบัติของ "ปุ่ม ThinkVantage สีฟ้า" หากการตรวจสอบและเตรียมการทำงานของมันเกิดความล้มเหลว มันอาจจะต้องมีความจำเป็นในการเรียกคืนข้อมูลของส่วนบูตเซกเตอร์
หากคุณใช้งานเครื่อง ThinkPad อยู่ โปรดมั่นใจว่าตัวจัดการการบูตระบบนั้น ไม่ได้ถูกติดตั้งไปยังส่วน MBR ของฮาร์ดดิสก์ (โปรดตรวจสอบจากข้อเสนอของการติดตั้ง !) และส่วน MBR นั้นไม่ควรจะถูกเขียนใหม่ด้วยรหัสโปรแกรมทั่ว ๆ ไป (ในข้อเสนอของการติดตั้ง ให้เลือกที่หัวข้อ ตัวจัดการการบูตระบบ -> การติดตั้งตัวจัดการการบูตระบบ -> ตัวเลือกของตัวจัดการการบูตระบบ -> เขียนโค้ดการบูตแบบทั่วไปไปยังส่วนบูตหลักของฮาร์ดดิสก์ (MBR) -- ตัวเลือกนี้ไม่ควรจะถูกกาเลือก)
หากส่วน MBR ของคุณถูกเขียนใหม่ จะทำให้ปุ่ม ThinkVantage ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป หากเป็นเช่นนั้น ให้ลองตรวจสอบข้อมูลสำรองของส่วน MBR ที่ถูกจัดเก็บไว้ใน /var/lib/YaST2/backup_boot_sectors/ เพื่อใช้ในการเรียกคืนข้อมูลของส่วน MBR
คำสั่ง man นั้น ในรุ่นปัจจุบันนี้ จะมีการถามหน้าคู่มือที่ผู้ใช้ต้องการจะดูหากมีหน้าคู่มือที่ชื่อเดียวกันอยู่ในหมวดอื่น ๆ ด้วย จากนั้นผู้ใช้จะสามารถพิมพ์เลือกหมายเลขหมวดของหน้าคู่มือที่จะดูได้ตามต้องการ
หากคุณต้องการจะให้คำสั่ง man ทำงานแบบรุ่นก่อน ๆ ให้ตั้งค่าตัวแปร MAN_POSIXLY_CORRECT=1 ไว้ในแฟ้มเตรียมการทำงานของเชลล์ เช่นแฟ้ม ~/.bashrc
มอดูลบริการ LDAP ของ YaST นั้น ไม่ได้จัดเก็บการปรับแต่งค่าของบริการ LDAP ไว้ในแฟ้ม /etc/openldap/slapd.conf อีกต่อไป มอดูลตัวปัจจุบันนี้ จะใช้โปรแกรมเบื้องหลังการปรับแต่งค่าแบบไม่ตายตัวของ OpenLDAP แทน ซึ่งมันจะจัดเก็บการปรับแต่งค่าต่าง ๆ ไว้ในฐานข้อมูล LDAP ของตัวมันเอง ซึ่งฐานข้อมูลนั้นจะประกอบไปด้วยกลุ่มของแฟ้มประเภท .ldif ที่อยู่ในไดเรกทอรี /etc/openldap/slapd.d หากต้องการเข้าถึงการปรับแต่งค่า สามารถทำได้ทั้งผ่านทางการใช้มอดูล yast2-ldap-server หรือโปรแกรมลูกข่ายของบริการ LDAP ต่าง ๆ ก็ได้ เช่น ldapmodify หรือ ldapsearch เป็นต้น
หากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับแต่งค่าแบบไม่ตายตัวของ OpenLDAP ให้ดูได้ที่ คู่มือแนะนำการบริหารระบบของ OpenLDAP
โดยปริยายแล้ว โปรแกรม Network Manager จะถูกเปิดใช้งานและจัดการการเชื่อมต่อเครือข่ายต่าง ๆ หากคุณต้องการจะปรับแต่งค่ามัน คุณจะต้องทำผ่านแอพเพล็ต Network Manager เพื่อแก้ไขการตั้งค่าต่าง ๆ ได้ในระหว่างที่ Network Manager กำลังทำงานอยู่ ส่วน YaST นั้น จะปฏิเสธการปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ของเครือข่าย เนื่องจาก YaST และ Network Manager นั้น มีตัวเลือกต่าง ๆ ในการปรับแต่งค่าที่แตกต่างกัน
สคริปต์คำสั่ง modify_resolvconf ได้ถูกเอาออกไปแล้ว โดยเปลี่ยนมาใช้สคริปต์คำสั่ง netconfig ซึ่งมีความสามารถสูงและเป็นประโยชน์มากกว่าแทน ซึ่งสคริปต์คำสั่งใหม่ตัวนี้ จะใช้ในการจัดการการตั้งค่าเครือข่ายต่าง ๆ ตามที่ระบุจากหลาย ๆ แหล่งได้อย่างยืดหยุ่นและเป็นไปอย่างโปร่งใสมากกว่า หากต้องการทราบข้อมูลรายละเอียดที่มากกว่านี้ โปรดดูที่คู่มือที่ถูกปรับปรุงล่าสุดแล้ว หรือดูได้ที่หน้าคู่มือ (man) ของคำสั่ง netconfig
ในคู่มือที่ติดมาด้วยนั้น สคริปต์คำสั่ง modify_resolvconf นั้นได้ถูกอ้างอิงไว้อย่างไม่ถูกต้อง เราจะแก้ไขมันให้ถูกต้องในรุ่นถัดไป
โดยปริยายแล้ว ช่องสัญญาณของ WLAN ช่อง 12, 13 และ 14 นั้น จะถูกปิดการทำงานอยู่ เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้สามารถใช้ช่องสัญญาณเหล่านี้ได้ในทุก ๆ ที่ หากคุณต้องการจะใช้งานมันในเขตพื้นที่ที่คุณอยู่ ให้ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://en.opensuse.org/Tracking_down_wireless_problems
On the command line, if you enter a command that could not be found, bash and zsh call the /usr/bin/command-not-found handler. command-not-found then searches a package database and proposes how to proceed.
If you want to disable this behavior, either remove the command-not-found package or unset command_not_found_handle in your shell initialization file. For example, add to ~/.bashrc:
unset command_not_found_handle